โนเกียเปิดตัวโครงการ Weee Can Do

โนเกียเปิดตัวโครงการ Weee Can Do

Image

                จากการสำรวจล่าสุดของโนเกีย พบว่าทั่วโลกมีโทรศัพท์มือถือเก่ามากถึง 44% ที่มักจะถูกลืมทิ้งไว้ในลิ้นชักที่บ้านโดยไม่ได้นำไปรีไซเคิลและโดยเฉลี่ยคนหนึ่งคนจะเป็นเจ้าของโทรศัพท์ 5 เครื่อง แต่มีเพียง 9% เท่านั้นที่นำโทรศัพท์มือถือไปรีไซเคิล ดังนั้น โนเกีย จึงได้ร่วมมือกับฟิวเจอร์พาร์ค และกรมควบคุมมลพิษ ดำเนินโครงการ Weee Can Do เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้นำโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

                โนเกียได้เชื่อมโยงให้ผู้คนมีบทบาทในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน นับตั้งแต่การผลิตโทรศัพท์มือถือจากวัสดุที่สามารถนำกลับไป ใช้ใหม่ได้ 100% จนถึงกิจกรรมรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือที่มีมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งมีผู้บริโภคนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมทุกชนิดที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี สำหรับในปีนี้ โนเกียได้ประสานความร่วมมือกับฟิวเจอร์พาร์ค ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ชั้นนำของไทย จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือในวงกว้าง

                โครงการ Weee Can Do ซึ่งเป็นโครงการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้นำหลักการ Reduce Reuse และ Recycle มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า การปรับสภาพน้ำใช้แล้วมาใช้ใหม่ การลดปริมาณขยะ ทั้งยังเป็นการร่วมดูแลโลกและประเทศของเราด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและร่วมกันลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เพียงนำโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช้แล้ว ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ พร้อมติดชื่อ ที่อยู่ มาหย่อนใส่กล่องรีไซเคิลของโครงการ Weee Can Do ชั้น B, G, 1 และ 3 ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และรับสิทธิลุ้นโทรศัพท์มือถือโนเกียใหม่ฟรีทันที ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 กันยายน 2555

                นอกจากนี้ ทุก 1 เครื่องที่ได้รับผ่านกล่องรีไซเคิล โนเกียจะร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Weee Can Do ได้ที่ โนเกีย แคร์ ไลน์ 0-2255-2111 หรือเว็บไซต์ http://www.futurepark.co.th

Image 

                “โครงการ WEEE Can Do with Future Park & Nokia” จัดขึ้นโดยความร่วมมือจาก 3 องค์กรใหญ่ที่ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ อันได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ, บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขยะที่เป็นมลพิษ พร้อมเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ, แบตเตอรี่ ตลอดจนที่ชารต์โทรศัพท์มือถือ นำมารีไซเคิล ภายใต้โครงการ “ทำดีเพื่อแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในปีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 สามารถเข้าร่วมโครงการ โดยนำโทรศัพท์มือถือเก่า เขียนชื่อ, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์ แปะติดกับตัวเครื่อง แล้วมาหย่อนได้ที่จุดรับบริจาคแบตเตอรี่ และโทรศัพท์มือถือทั้ง 10 จุด อาทิชั้น B, G, 1, 2 และชั้น 3 ภายในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ซึ่งโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่บริจาค โนเกียร่วมสมทบทุมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นรับโทรศัพท์โนเกียเครื่องใหม่!!

                ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่น่าสนใจและน่าติดตามโครงการหนึ่ง เพราะการที่ทางโนเกียได้เปิดโครงการให้มีการนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่ไม่ใช้ไปทำการรีไซเคิลนั้น เป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างนึง และยังช่วยในการลดต้นทุนการผลิดสินค้าอีกด้วย และผู้ที่ไปร่วมงานก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับโทรศัพท์โนเกียเครื่องใหม่อีก ซึ่งถึงว่าโครงการนี้ คุ้มมาก มีแต่ได้กับได้ เพราะถึงแม้เราอาจไม่ได้มือถือใหม่ แต่เราก็ได้ช่วยลดจำนวนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างจำกัดได้

(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.newswit.com/ และ http://www.siamturakij.com ครับ)

Advertisements

โทรศัพท์มือถือ BB กับสังคมไทยในปัจจุบัน

โทรศัพท์มือถือ BB กับสังคมไทยในปัจจุบัน     

จากการสำรวจที่จัดทำขึ้นโดยแมคแคนพัลส์ในชื่อ ‘Mobile Watch เจาะลึกวัฒนธรรมสมาร์ทโฟน’ สำรวจโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ชั้นนำของกรุงเทพฯ อย่าง จุฬาลงกรณ์ฯ ธรรมศาสตร์ เอแบค หอการค้าไทย ฯลฯ และผู้เริ่มต้นทำงาน พบว่าวัยรุ่นไทยกลุ่มอายุ 18-24 ปีใช้เวลากับสมาร์ทโฟนมากกว่ากลุ่มอายุ 25 ปีหรือคนทำงานทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้งานทันทีที่มีเวลาว่าง และการใช้งานด้านข้อมูลไม่ได้ทำให้อัตราการโทรศัพท์ด้วยเสียงลดลง

Image

“ความนิยมในเครือข่ายสังคมของวัยรุ่น ทำให้บีบีมาแรงที่สุดในวัยรุ่นไทย เพราะบีบีตอบโจทย์ด้านเครือข่ายสังคมได้มากกว่า เด็กบางคนบอกเลยว่าโนเกียไม่ใช้ มีแต่คนแก่ใช้งาน ไม่มีบีบีเอ็ม เพื่อนฝูงก็ไม่ได้ใช้ ขณะที่บางคนซื้อไอโฟนมาก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องซื้อบีบีเพิ่มอีกเครื่องเพราะไม่รู้ว่าเพื่อนคุยอะไรกัน”  -วฤตดา วรอาคม Consumer Insights Director จากบริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย)

จากการสำรวจพบว่า วัยรุ่นไทยใช้งาน ‘บีบีเอ็ม’ หรือโปรแกรมแชตระหว่างเครื่องบีบีมากที่สุด รองลงมาคือเฟซบุ๊ก นอกนั้นเป็นแอปพลิเคชั่นย่อยๆ โดยวัยรุ่นไทยต้องการให้บีบีมีหน้าจอที่ดีขึ้น และอยากให้ไอโฟนสามารถสื่อสารกับบีบีได้

และจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน แบ่งออกเป็นผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่หรือบีบีและไอโฟนกลุ่มละเท่าๆ กันโดยไม่จำกัดโอเปอเรเตอร์ ผลการสำรวจพบว่าราคาที่วัยรุ่นไทยพึงพอใจจ่ายเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนคือ 10,000-15,000 บาท ราคาการใช้งานข้อมูลอยู่ที่ 300-600 บาท ราคารวมค่าโทรศัพท์อยู่ที่ 500-1,000 บาท

ผลสรุปสำคัญจากการศึกษาครั้งนี้คือ สมาร์ทโฟนกลายเป็นหน้าจอหรือสกรีนที่กลุ่มวัยรุ่นมองเห็นบ่อยที่สุดในชีวิต ประจำวัน วิธีที่นักการตลาดจะสามารถเข้าถึงวัยรุ่นผู้มีความเป็นส่วนตัวสูงและต้องการ ประสบการณ์ใหม่ๆ เชื่อว่าน่าจะเป็นการใช้นานาแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนที่โดนใจวัยรุ่น ซึ่งแมคแคนมองว่านี่คือสัญญาณที่ชี้ว่าแคมเปญการตลาดของแบรนด์สินค้าวัยรุ่น จะเริ่มให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีนับจากนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่สมาร์ทโฟนจะมีราคาถูกลงจนกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้งานในวง กว้าง

ทุกวันนี้ โทรศัพท์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของคนไทยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบัตรประจำตัว ประชาชนอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว และการใช้งานนั้นมากกว่าบัตรประจำตัวด้วยซ้ำ ยิ่งวัยรุ่นยิ่งหนัก บางครั้งเจอกันไม่คุยกัน พอจากกันก็บอกว่าจะโทรหา แล้วจึงค่อยโทรคุยกัน  เดี๋ยวนี้อีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มเข้ามามีบทบาทมากคือสังคมออนไลน์  ที่ดังๆก็ MSN facebook และ twitter  โทรศัพท์มากมายที่รองรับการทำงานแบบสังคมออนไลน์ เด่นดังมากก็คือ blackberry และ iphone บางกลุ่มแม้มานั่งกันอยู่ต่อหน้า กลับกดพิมพ์ข้อความส่งหากันแทนที่จะคุยกัน
และที่ สำคัญคือ มารยาทการใช้โทรศัพท์ของสังคมไทย ถือว่าต่ำทรามมาก แม้แต่สนทนาอยู่กับผู้ใหญ่ พอโทรศัพท์ดังขึ้นกลับหันไปรับโทรศัพท์ แม้เข้าที่ประชุมก็ไม่ปิดเสียง เป็นต้น
เคยมีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านพูดถึงคนรับโทรศัพท์ทั้งๆที่กำลังคุยอยู่กับท่าน “เขาคุยกับเราแท้ๆ พอโทรศัพท์ดัง เขากลับหันไปคุยกับโทรศัพท์เฉยเลย อยากรู้จังว่า ไอ้นั่น(โทรศัพท์) มันสำคัญกว่าเราถึงขนาดไหนกัน” ซึ่งนั่นมันก็จริงของท่าน  ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายก็ว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่ไม่ใช่… บางประเทศอย่าว่าแต่คุยโทรศัพท์เลย ในงานเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อน เพียงพกโทรศัพท์ไปก็เป็นการเสียมารยาทแล้ว

สังคมออนไลน์ สังคมแห่งโลกไซเบอร์ โลกไซเบอร์คือโลกเสมือนจริง  แต่ไม่ได้จริงเท่าโลกที่เราเป็นอยู่นี้ เมื่อเรามีโลกที่เป็นจริงให้เราอยู่ ให้เรามีสังคม ทำไมจึงจะต้องไปพึ่งโลกเสมือนจริงนั่นจนมากมายด้วย โลกเสมือนจริงควรเป็นแค่ของเล่นยามว่างมิใช่หรือ หรือว่าคนจะพยายามทอดทิ้งสิ่งที่เป็นจริงของตนเอง แล้วใช้ชีวิตอยู่กับโลกจอมปลอมด้วยความภาคภูมิใจ.
ในปัจจุบัน เหล่าสมาร์ทโฟนต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาททางสังคมมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันถูกออกแบบให้มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่ง ขึ้น และนี่คือยุคแห่งเทคโนโลยี 3G ที่ยังไม่หยุดนิ่ง ในขณะเดียวกันนั้น ผู้รับหรือผู้เสพเทคโนโลยีก็ทำหน้าที่เลือกว่า ตนเองนั้นต้องการหรือไม่ต้องการอะไร หลายคนอาจไม่เคยสังเกตว่า สิ่งที่มีประโยชน์ก็มีผลเสียต่อเราเช่นกัน

กล่าวคือ ผลกระทบของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่สามารถบดบังตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ให้หมดไปได้ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสนั่นคือ การแชตผ่านมือถือที่ฮิตกันมาก ในช่วงปี 2005 เป็นต้นมา จากนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างแย่งกันเจาะตลาดโดยการนำเข้า I – phone3G Nokia Samsung และ Black Berry หรือ BB รุ่นต่างๆ แต่ทาง BB นั้น ได้นำเหล่าเซเลบฯ หรือคนดังมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ทำ ให้ประเทศไทยในขณะนี้เกิดปราฏการณ์ของ BB ขึ้น ซึ่งทำให้ใครต่อใครในสังคม ได้ทำพฤติกรรมเลียนแบบที่จะต้องมีสมาร์ทโฟนแบบนี้ติดตัวไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกคิดว่า เอ้าต์ หรือตกเทรนด์

Image

ความ โดดเด่นของ BB ที่มีมากกว่าโทรศัพท์อื่น ด้วยโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือ BBM ที่สามารถแชตกันได้เฉพาะสมาร์ทโฟนของยี่ห้อนี้เท่านั้น จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้ ได้เล็งเห็นว่า ปัจจุบันการสื่อสารโดยการพูดคุยกับคนรอบข้างมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น เวลาไปรับประทานอาหารกับเพื่อน คนใช้ BB บางคน ก็จะเอาแต่นั่งกดอยู่กับโทรศัพท์โดย ขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ รอบข้าง ซึ่งจากแต่ก่อนคนเราเจอกันต้องคุยกัน หรือบางคนนั่งข้างๆ กัน แต่กลับใช้ Social Network แทนที่จะสื่อสารกันแบบ Face to Face.

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  (http://atcloud.com , http://guru.google.co.th และ http://www.wiseknow.com) ครับ


 

โทรศัพท์มือถือกับชีวิตประจำวัน

โทรศัพท์มือถือกับชีวิตประจำวัน

          ทุกวันนี้ โลกไร้พรมแดนไม่ใช่เรื่องในจินตนาการอีกต่อไป เทคโนโลยีทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์  โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ มือถือ แท๊ปเล็ต ต่างก็เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตมนุษย์

          ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ต (Internet) ได้ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จากเมื่อก่อนจะใช้ได้เฉพาะภายในสำนัก และองค์กรของรัฐเท่านั้น แต่ขณะนี้ อินเตอร์เน็ตหาได้ทั่ว ๆ ไป เพียงแค่มี เครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ มือถือ แท๊ปเล็ต  ที่พอจะมีประสิทธิ์ภาพในการรองรับการเชื่อมต่อ ก็สามารถเข้าสู่โลก ไซเบอร์ได้อย่างง่ายดาย ชีวิตในโลกไซเบอร์ ทุกคนล้วนมีสถานะอิสระ ได้เป็นเท่าที่ตัวเองต้องการ และอยู่บนพื้นฐานที่มีทั้งความเป็นจริง และ ความหลอกลวงปะปนอยู่ในนั้น และ ณ เวลานี้ เหมือนชีวิตประจำวันได้เชื่อมโยงกับไซเบอร์จนแทบจะแยกกันไม่ออก เว็บบล็อกก้าวเข้ามาสู่ชีวิต เปรียบเสมือนเส้นสายใยระหว่างผู้คน เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมโลก เพียงแค่สร้างบล็อกก็เท่ากับได้เข้าไปยังโลกของผู้คนนับล้าน ๆ อย่างรวดเร็ว

     Image

          ซึ่งในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเอง ก็สามารถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก และ ง่ายดาย โดยผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง 3G หรือ Wi-Fi (ซึ่งในบางพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้มีเปิดให้ใช้สัญญาณ 3.5 G และ 4G แล้ว) และถึงแม้ว่าจะมีค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็หาใช่เรื่องที่ต้องให้คิดหนัก เพราะการจ่ายเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป โดยเฉพาะวัยรุ่น ถึงแม้วัยรุ่นจะไม่สามารถหารายได้ด้วยตัวเอง หากมีผู้ปกครองสนับสนุนและพร้อมที่จะจ่ายให้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่อาจจะเพราะวิถีชีวิตในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปการทำมาหากินรีบเร่ง และไม่มีเวลาจะดูแล ครอบครัวด้วยตัวเองจึงทำให้ต้องพึ่งพาอุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเพื่อนทดแทน

          นอกจาก การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ที่เป็นที่นิยมใช้แล้ว ยังมีการใช้ระบบบริการการสื่อสารทางเทคโนโลยีทางอื่นอีก อาทิ การส่งข้อความที่เรียกว่า Short Message Service (SMS) เป็นการส่งข้อความตามระบบเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้ สะดวก รวดเร็ว แต่สามารถส่งได้เฉพาะข้อความเท่านั้น หากต้องการส่งข้อความพร้อมกับรูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว ต้องส่งผ่านระบบการส่งข้อความมัลติมีเดีย หรือ Multimedia Messaging Service (MMS) การส่งแบบนี้สามารถให้ความชัดเจนเพราะมีพร้อมทั้งข้อความและภาพประกอบ ปัจจุบันเป็นที่นิยม ค่าใช้จ่ายในการส่งก็มีการปรับลด พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นให้เลือกใช้มากมาย เป็นการกระตุ้นการใช้งานของกลุ่มผู้บริโภคได้ดีทีเดียว

Image

          รวมทั้งผู้ที่รักการ Chat, เขียน Blog หรือเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook , Twitter  ในปัจจุบันนี้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้บน โทรศัพท์มือถือได้ เพียงแค่ ทำการ Download โปรแกรมนั้น ๆ ลงบนอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ เท่านี้คุณก็จะไม่พลาดการ Chat กับเพื่อนรู้ใจหรือคนรัก, การเขียนบล็อก Blog , การอัพเดตสถานะบน Facebook การติตตามข่าวสารที่รวดเร็วบน Twitter

          ซึ่งหลายๆอย่างที่ได้กล่าวมานี้ ได้แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือได้มามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของเรามาก ต่างจากเมื่อก่อนที่เราใช้เพียงแค่โทรหรือรับสาย หรือส่งข้อความหาเพื่อนๆคนรู้จัก แต่ในปัจจุบันได้มีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์ค การจองตั๋วหนังหรือตั๋วเครื่องบินออนไลน์ผ่านมือถือซึ่งก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายบนโทรศัพท์มือถือ และอื่นๆอีกมากมาย

(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.stou.ac.th ครับ)