Microsoft Windows 8.1 อีกขั้นของนวัตกรรม

Windows 8.1 ต่างจาก Windows 8 อย่างไร?

     หลังจากที่ Microsoft ปล่อยอัพเดตระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 ออกสู่ตลาด ทำให้หลายๆ คนตั้งคำถามต่างๆ นานาว่ามันแตกต่างจาก Windows 8 ตัวเดิมอย่างไร มีฟีเจอร์อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง เพราะหากดูแบบผิวเผินแล้ว รูปร่างหน้าตามันแทบจะเหมือนกันหมดทุกอย่างเลย วันนี้ผมจึงขอนำเสนอฟีเจอร์เด่นๆ สำหรับ Windows 8.1 ให้ทุกคนได้ทราบกัน

 

Image

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Windows 8.1

     Windows 8.1 นำเสนอการพัฒนาที่ยกระดับการปรับแต่งการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน การปรับปรุงในแง่ฟังก์ชั่นการทำงาน และนวัตกรรมใหม่ๆ ดังนี้

  • มีความเป็นส่วนตัวสูง โดยหน้าจอเริ่มต้น (Start Screen) ได้รับการปรับปรุงและสามารถปรับให้เหมาะสมตามใจผู้ใช้งานได้ ประกอบด้วยตาราง (Tiles) บนหน้าจอที่มีหลากหลายขนาด แบ็คกราวด์ดีไซน์และสีสันที่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ทำให้หน้าต่างดีไวซ์ของผู้ใช้ วินโดวส์ 8.1 มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกวิธีในการเริ่มต้นใช้วินโดวส์ได้ โดยตั้งค่าเริ่มต้นใช้งานที่ Start Screen หรือ เริ่มต้นที่หน้าจอเดสก์ท็อป วินโดวส์ อย่างที่คุ้นเคย
  • คุ้นเคยยิ่งขี้น และง่ายต่อการใช้งาน Windows 8.1 ได้นำปุ่มเริ่มต้นการใช้งาน (Start button) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของวินโดวส์ที่ทุกคนคุ้นเคยกลับมาสำหรับการเริ่มใช้งาน ส่วนฟังก์ชั่น All Apps View ช่วยให้ผู้ใช้เห็นแอพพลิเคชั่นทั้งหมดในครั้งเดียวเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น และระบบคลิ๊กเพื่อสั่งการ (Clicks and Cues) แบบใหม่ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำ (Help and Tips app) ที่ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • พัฒนาการค้นหา ผ่านระบบบิง สมาร์ท เสิร์ช (Bing Smart Search) ใหม่ วินโดวส์ 8.1 มอบวิธีการค้นหาที่ง่ายที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือบนเว็บ โดยแสดงผลของการค้นหาแบบภาพรวมที่ทั้งสวยงามและง่ายดาย เพียงแค่สัมผัสหรือพิมพ์จากหน้าจอเริ่มต้น และ Smart Search จะค้นหาสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการเอง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารบนพีซี อัลบั้มรูปภาพบนคลาวด์ แอพพลิเคชั่นโปรด หรือเว็บไซต์
  • ความหลากหลายของแอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้น Windows 8.1 เป็นประสบการณ์นอกกรอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยการมอบแอพและบริการต่างๆ ที่หลากหลายตั้งแต่หน้าจอเริ่มต้น ทำให้ทุกคนสามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ชอบบน วินโดวส์ 8.1 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อาทิ
  • การใช้วิดีโอแชทกับคนที่คุณรักผ่านทาง Skype
  • การใช้งานอีเมลที่แสนง่ายดายด้วยแอพ Mail
  • การชมภาพยนตร์และวิดีโอทีวีบน XBox Video
  • การเขียนโครงการด้วย Office
  • การค้นหาสูตรอาหารใหม่ๆ ด้วยแอพ Bing Food and Drink หรือ
  • การฟังดนตรีฟรีแบบสตรีมมิ่งผ่าน Xbox Music

Image

 

  • นอกจากนี้ Windows 8.1 ยังมาพร้อมกับเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer 11 (IE11) ใหม่ ที่ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและไหลลื่น และเป็นบราวเซอร์เดียวที่ตั้งต้นออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์ระบบสัมผัสIE11 รองรับการทำงานบนระบบสัมผัสอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มความเร็วในการใช้งาน และเชื่อมต่อประวัติการเข้าชมเว็บไซด์ (browsing history), รายการโปรด (favorites) และระบบการตั้งค่า (Setting) ผ่านดีไวซ์ Windows 8.1 ที่คุณใช้ทั้งหมด และ วินโดวส์ 8.1 ยังเป็นระบบปฏิบัติการระบบแรกและระบบเดียวที่รองรับการพิมพ์แบบ 3D โดยจะมีระบบรองรับแบบ plug-and-playสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D ทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ พิมพ์งาน 3D ได้อย่างไร้ที่ติ และสามารถอ่านไฟล์รูปแบบ 3D

 

  • Windows 8.1 เหมาะสำหรับการทำงานหลายๆ อย่างในเวลาพร้อมกันและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการแสดงผลและใช้งานได้สูงสุดถึง 4 แอพพลิเคชั่น ในเวลาเดียวกัน สามารถปรับขนาดหน้าต่างของแต่ละแอพพลิเคชั่นบนหน้าจอได้ ความสามารถสำหรับแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่จะในการเปิดอีกแอพพลิเคชั่นหนึ่ง และการรองรับหน้าจอหลายๆ จอทำให้ผู้ใช้เห็นเดสก์ท็อป หรือแอพต่างๆ บน วินโดวส์ สโตร์ จากหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งหรือทั้งหมดได้บน วินโดวส์ 8.1

 

Image

  •  การทำงานได้ครบวงจรบนคลาวด์ด้วย SkyDrive (OneDrive) ทำให้ผู้ใช้ วินโดวส์ 8.1 สามารถทำงานได้จากทุกที่ สะดวกกว่าแต่ก่อน สามารถเข้าถึงไฟล์ได้เสมอไม่ว่าจะผ่านดีไวซ์หรือสถานที่ใดก็ตาม ด้วย SkyDrive Smart Files ผู้ใช้สามารถสร้าง แก้ไข เก็บรักษา และแชร์ไฟล์ ที่ใดก็ได้ เมื่อใดก็ได้ บนอุปกรณ์ใดก็ตามที่กำลังใช้งานอยู่

 

  • วินโดวส์ สโตร์ ที่ออกแบบใหม่อย่างสวยงาม ดีไซน์ใหม่ของ วินโดวส์ สโตร์ บน วินโดวส์ 8.1 ได้ปรับปรุงวิธีการแสดงแอพพลิเคชั่นเด่นๆ ทำให้คุณเข้าถึงแอพพลิเคชั่นที่ต้องการได้ง่ายขึ้น การจัดวางหน้าจอและจัดหมวดหมู่แอพพลิเคชั่นแบบใหม่ เช่น หมวด ‘New & Rising’ ช่วยให้ง่ายขึ้นในการติดตามแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่กำลังฮอตที่สุด, ระบบการแนะนำแอพพลิเคชั่นที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน วินโดวส์ 8.1 โดยใช้ระบบการแนะนำที่ล้ำสมัยของ Bing และระบบที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาแอพพลิเคชั่นโปรดใหม่ๆ, นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นต่างๆ จะได้รับการอัพเดตโดยอัตโนมัติในWindows 8.1 ดังนั้นผู้ใช้จะมีแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นใหม่ที่สุดและดีที่สุดเสมอ จากนักพัฒนาที่มีชื่อเสียง รวมทั้งมีแอพพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการจากFacebook, National Geography และ Thai Dictionary ซึ่งจะนำแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ มาอัพเดทบนวินโดวส์ สโตร์ อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

        ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากทาง Microsoft และภาพประกอบจาก google ครับ

Advertisements

10 อันดับสุดยอดสมาร์ทโฟน 2013

สวัสดีปีใหม่ครับชาว IT ทั้งหลาย หลังจากห่างหายไปนานเนื่องจากปัญหาต่างๆนานา (ฮา) ก็ได้หาโอกาสมาเขียนบล็อกรีวิวมือถือ ในปี 2013 ที่ผ่านมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ ไปดูกันเลยครับ ว่าเครื่องไหนติดอันดับบ้าง

 

อันดับ 10 HTC One Mini :  ซึ่งรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็น HTC ONE ขนาดย่อส่วนลงมานั้นเองและมันมาพร้อมหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 720p ,ซีพียู Snapdragon 400 dual-core 1.4 GHz ,  เเรม1GB,กล้องเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า UltraPixel ครับ

HTC One mini_Silver_3Up_575px

อันดับ  9  BlackBerry Q10 : การกลับมาอีกครั้งของ BlackBerry ที่ตอนนี้กำลังพบปัญหาชีวิต ซึ่งโดยรวมแล้วรุ่นนี้ถือเป็นที่ใฝ่ฝันของ User สาย QWERTY Keyboard ทั่วโลกที่ยังคงถวิลหาการกดด้วยปุ่มจริงๆ เเต่ด้วยราคาที่เเพงเกินไปเเละ OS BB10 ที่ยังขาดๆเกินๆ(เเถมเเอพมีน้อย) ก็เลยทำให้ BB Q10 ไม่ฮิตเท่าที่ควร

 q10

อันดับ 8 Nokia Lumia 925  : ถือได้ว่าเป็นอีกรุ่นที่ทาง Nokia ได้ออกเเบบมาได้เป็นอย่างดีทั้งดีไซน์ ตัวเครื่องทำมาจากวัสุดชั้นดีอย่างโพลีคาร์โบเนต กล้องความละเอียด 8.7 ล้านพิกเซลซึ่ง จุดเด่นของ lumia 925 ก็คือกล้องที่ถูกออกแบบและจัดเรียงชิ้นเลนส์มาอย่างดีเพื่อให้ถ่ายภาพได้ดีเเม้ในที่เเสงน้อย (แปลกใจที่ 925 ได้ แต่ทำไม 1020 ไม่ได้ (ฮา))

925

อันดับ 7 Samsung Galaxy Note 3 : สุดยอดมือถือจากแดนกิมจิ ซึ่ง Galaxy Note 3 ที่ทาง Samsung คลอดมานั้น ได้เน้นหนักไปทางฟีเจอร์ปากกา S-pen เเละลูกเล่นมากมาย เรียกได้ว่าเป็น Smartphone Android สุดคุ้มอีกเลยล่ะครับ

 no3

อันดับ 6 Sony Xperia Z  : ถึงเวลานี้ทาง Sony จะออกรุ่นน้องอย่าง Sony Xperia Z1 ที่สเปคดีกว่าทุกอย่างออกมาเเล้วเเต่ด้วยความเก๋าของรุ่นพี่อย่าง Xperia Z ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว 1080p ซีพียู 1.5GHz quad-core Snapdragon S4 เเละกล้องขนาด 13.1MP เเละดีไซน์จากกระจกทั้งเครื่องก็เลยทำให้ Xperia Z ติดชารจ์มาได้ครับ

Sony-Xperia-Z5

 

อันดับ 5 Google Nexus 4  : จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นความเป็น Pure Google ที่ได้เปรียบเรื่องการอัพเดท Android เวอร์ชั่นใหม่ๆก่อนเพื่อนเเละสามารถปรับเเต่งรอมได้อย่างอิสระถูกใจเหล่านักพัฒนา Developer Geek มากๆ

NExus-4

 

อันดับ 4 iPhone 5s : ถือว่าค่อนข้างเเปลกน่ะครับ ที่ทาง Stuff Magazine จัดให้ iPhone 5s เเค่อันดับสี่ (ฮา) ถามว่า iPhone 5s ยังคงเป็น Smartphone ที่ดีอยู่หรือไม่ผมตอบได้คำเดียวว่ามันยังคงสุดยอดอยู่เสมอครับทั้ง ดีไซน์ สเปคที่ลื่นไหลเเละกล้องที่ถ่ายออกมาได้สวยงามรวมถึง OS 7 ที่ถูกดีไซน์ขึ้นมาใหม่โดย Jonathan Ive

 5s

อันดับ 3 Samsung Galaxy S4 : Galaxy Series เป็นอีกซี่รีส์ของทาง Samsung ที่ทำยอดขายได้อย่างถล่มทลายทั่วโลก ด้วยสเปคที่เเรง ฟีเจอร์ลูกเล่นเยอะ เเละการตลาดที่ทาง Samsung ใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลทั่วโลก ส่งผลให้ Gaalxy S4 ฮิตได้ไม่ยากครับ

  s4

 

อันดับ 2 HTC ONE : ถ้าตามสเปคเเละการตลาดทั่วโลก Samsung Gaalxy S4 จะขายดีเเละได้อันดับสูงกว่า HTC ONE เเต่ด้วยการดีไซน์ที่สวยงามตัวเครื่องเป็นเเบบ UniBody ทั้งเครื่องทำให้ HTC ONE ดูสวยงามเเละ Sexy ในเวลาเดียวกัน

 HTC-One-design-and-build

 

อันดับ 1 LG G2 :มาถึงอันดับ 1 ของ10 สุดยอด Smartphone ประจำปี 2013 จาก Stuff Magazine จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก LG G2 ที่ในเวลานี้กำลังเป็นกระเเสอย่างมากไปทั่วโลก ด้วยสเปคที่จัดเต็มเเรงเร็ว ลื่น สมูทเเละการดีไซน์ปุ่ม Rear-key ที่ออกเเบบมาให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกในชีวิติประจำวันสมกับสโลเเกนของ LG G2 ที่ว่า LG G2 สร้างประสบการณ์ใหม่ที่เรียนรู้มาจากคุณ

lg_g2

 

 

อยากรู้จังว่าปี 2014 นี้ มือถือรุ่นไหนจะติดชาร์จ 10 อันดับสุดยอดมือถือแบบนี้ (ฮา)

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากทางทีมงาน Stuff Magazine ครับ

 

 

การมาของ Tablet .. Notebook ใกล้สูญพันธุ์??

สวัสดีปีใหม่ครับชาว IT ทั้งหลาย หลังจากห่างหายไปนานเนื่องจากปัญหาต่างๆนานา (ฮา) ก็ได้หาโอกาสมาเขียนบล็อกให้ทุกท่านได้อ่านอีกครั้งนึง ซึ่งวันนี้มาในหัวข้อ notebook กับ tablet ครับ

ในยุคที่ IT ก้าวกระโดดแบบนี้ อาจทำให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆขึ้นมากมาย มีเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น อย่างในวันนี้ ผมก็อยากจะกล่าวถึงอุปกรณ์ไอที ที่เรียกว่า tablet

ก่อนอื่นเลย บางท่านอาจส่งสัย ว่าสิ่งที่เรียกกันว่า tablet นี่มันคืออะไร ? tablet หรือ tablet computer คืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่รวบรวมฟังก์ชั่นการทำงานไว้ในจอสัมผัส ซึ่งอาจใช้ปลายนิ้วหรือปากกาสไตลัสในการใช้งานแทนการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดครับ

ซึ่งในทุกวันนี้ อุปกรณ์ tablet ได้มีการขยายตลาดอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลต่อผู้คนเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ตลาด notebook computer หดตัวลง เนื่องจากการที่ tablet ใช้งานได้หลากหลาย และพกพาได้สะดวกกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่ารวมทั้งมีฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครบครัน

 

Tablets ที่มาแรงในขณะนี้

-The new iPad air จากค่าย apple

air

 

-Samsung Galaxy note 10.1 จากค่าย Samsung

10.1

 

-Surface pro 2 จากค่าย Microsoft

pro 2

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คำถามที่ว่า tablet จะมาแทนที่ notebook ได้ไหมนั้น ก็ยังคงตอบได้ไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะ notebook ก็ยังคงมีข้อดีและความสามารถในการใช้งานที่มากกว่า แต่ในอนาคตอันใกล้ tablet ก็อาจมาแทนที่ notebook ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คุณกับผมคงต้องหาซื้อ notebook มาเก็บสะสมในตู้โชว์ เพราะคงไม่มีผลิตอีกแล้ว (ฮา)

 

*ขอขอบคุณภาพประกอบจากคุณอา Goo ครับ

Tip และเทคนิคการใช้งาน Windows 8 ขั้นพื้นฐาน

     หากคุณเพิ่งจะอัพเกรดมาใช้ Windows 8 คุณอาจจะรู้สึกมึนไปกับสิ่งใหม่ๆ มากมาย แต่ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะวันนี้ผมมากับเทคนิคการใช้ Windows 8 ขั้นพื้นฐานมาฝากกันครับ

Image

วิธีใช้งาน Windows 8

     รูปแบบการใช้งาน Metro UI ใน Windows 8 จะเน้นสำหรับการทำงานในแท็บเล็ต และอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสเป็นหลัก ซึ่งหากได้ลองใช้งานครั้งแรกก็คงจะรู้สึกงง (ผมเองก็งง) เพราะว่าแถบเครื่องมือและการตั้งค่าต่าง ๆ มันซ่อนอยู่นั่นเอง แต่ถ้าเราลองศึกษามันดูดีๆแล้ว ก็ไม่ได้ใช้งานอะไรยากเย็น (ฮา)

Start Menu

     หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าปุ่ม Start Menu มันหายไปไหน ไม่ต้องตกใจครับ จริง ๆ แล้วมันยังอยู่ที่เดิม ให้คุณลองเลื่อนเมาส์ไปที่มุมด้านล่างซ้ายของจอ หรือกดแป้นลัดบนคีย์บอร์ด

App Settings

    การตั้งค่าแอปพลิเคชั่น หรือ App Settings นั้นก็แค่คลิกขวาในแอปพลิเคชั่นจากนั้นมันก็จะแสดงแถบการตั้งค่าขึ้นมาทั้งด้านบนและด้านล่างของหน้าจอ

Switching Apps

Image
   

    เนื่องจากไม่มีทาร์กบาร์ในรูปแบบ Metro UI เราจึงไม่เห็นว่าแอปพลิเคชั่นไหนที่เรากำลังเปิดใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แต่เราก็สามารถดูได้โดยการเลื่อนเมาส์ไปที่ด้านบนซ้ายของหน้าจอ ซึ่งจะมีแอปพลิเคชั่นล่าสุดที่เราใช้ (เลื่อนเมาส์ตามเลข 1 ตามภาพ) จากนั้นก็เลื่อนเมาส์ลง จะเห็นแอปพลิเคชั่นที่เปิดอยู่ (เลื่อนเมาส์ตามเลข 2 ตามภาพ) หากคลิกบนภาพเล็ก ๆ ที่แสดงแอปพลิเคชั่นมันจะสลับมาใช้งานแอปพลิเคชั่นที่คลิก

การปิดแอปพลิเคชั่น

    คุณไม่จำเป็นต้องปิดแอปพลิเคชั่นใน Windows 8 ครับเพราะมันจะปิดอัตโนมัติบน background หากไม่ได้ใช้งานเพื่อเป็นการยืดเวลาการทำงานของแบตเตอรี่และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่หากคุณต้องการปิดแอปพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มพื้นที่ของ Ram ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยการคลิกและลากแอปพลิเคชั่นลงมาที่ด้านล่างของหน้าจอ

Internet Explorer Tabs

    คุณจะสังเกตเห็นว่า Microsoft ได้ทำ Internet Explorer เวอร์ชั่นพิเศษสำหรับรูปแบบ Metro UI ในตอนแรก ๆ ที่ผมลองใช้ก็รู้สึกงง ๆ นิดหน่อยครับเพราะยังใหม่อยู่ แต่จริง ๆ แล้วมันใช้งานไม่ยากเลยครับ เพียงแค่คลิกขวาที่ด้านบนของ Browser Windows แล้วคุณก็จะเห็นแท็บ หน้าต่างอินเตอร์เน็ต และตัวเลือกการทำงานอื่น ๆ

Image

วิธีการปิด metro app ใน Windows 8

สามารถทำได้ 3 วิธี

วีธีที่ 1. นำเมาส์ไปที่มุมด้านบนทางซ้ายของหน้าจอ คุณจะเห็นแอปพลิเคชั่นล่าสุดที่คุณได้เปิดเอาไว้ หากคุณต้องการจะปิดแอปพลิเคชั่นก็แค่เพียง คลิกขวาบนแอปพลิเคชั่นที่ต้องการปิดแล้วก็คลิกปิด แล้วถ้าต้องการที่จะปิดแอปพลิเคชั่นอื่นอีกก็ทำเหมือนกัน

วิธีที่ 2 นำเมาส์ไปที่มุมด้านบนทางซ้ายของหน้าจอ และเลือกแอปพลิเคชั่นที่ต้องการปิด จากนั้นก็ลากแอปพลิเคชั่นไปที่ด้านล่างซ้าย และแอปพลิเคชั่นนั้นก็จะปิดลง (วิธีนี้ง่ายสำหรับหน้าจอสัมผัส)

วิธีที่ 3.กดคีย์ลัดเลยละกัน ง่ายดี >>  Alt + F4

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถใช้งาน Windows 8 ได้อย่างสบายใจขี้น เพราะอย่างน้อยๆ เราก็สามารถใช้งานพื้นฐานมันได้แล้ว ไว้คราวหน้าผมจะมากับทิปแจ่มๆสำหรับการใช้งาน Windows 8 ครับ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : windows8thailand.com และรูปภาพประกอบดีๆจาก google ครับ

10 อันดับ สุดยอดสมาร์ทโฟนแห่งปี 2012

อันดับ 10 iPhone 5

25560216-122733.jpg

ไอโฟน 5 มีทุกสิ่งที่คุณรู้สึกต้องการบน iPhone 4S ไม่ว่าจะเป็น 4G LTE ซีพียูที่เร็วขึ้น Apple A6 ฟีเจอร์ turn-by-turn navigation ขนาดที่ยาวขึ้นทำให้รับชมอะไรได้ดีขึ้น บาง และ เบาเวอร์ วัสดุที่ใช้ทำให้คุณรู้สึกว่ามันน่าทะนุถอมอะไรอย่างนี้ และสิ่งที่ทำได้ดีแบบรักษาเหล่าแบรนด์รอยัลตี้ไว้ได้ ยังคงเป็น iOS 6 กับประสบการณ์แอพลิเคชั่น หัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟน คุณสามารถเลือกดูได้แบบ 5 แถว หน้าจอเรติน่าดิสเพลย์ 326 ppi และประสบการณ์บน iBook มอบประสบการณ์การอ่านได้ดี !

อันดับ 9 Samsung Galaxy S III

25560216-122917.jpg

จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ อย่าง Smart stay ที่รู้ว่าเรายังมองอยู่มันก็จะไม่พักหน้าจอ จดจำเพื่อนด้วย Social tag การใช้ทรัพยากรควอดคอร์อย่างคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ Pop up Play รูปแบบการเล่นวิดีโอแบบมัลติทาสก์ การแชร์ด้วย S beam การปรับ Android 4.0 Ice Cream Sandwich มาพรีเซ้นต์บน TouchWiz UX UI ได้กลมกลืน รองรับ 4G LTE/HSPA+ เมื่อเข้าชมเว็บผ่านเว็บบราวเซอร์แล้วทำได้ไหลลื่น รวดเร็ว และสามารถเปิดชมแบบฟูลสกรีนได้ ซึ่งได้รับคำชมจากผู้ใช้พอสมควรทีเดียว !

อันดับ 8 Nokia Lumia 820

25560216-123243.jpg

แน่นอน 820 ตัวนี้ถูกหั่นสเปกออกจาก 920 แต่มันมีฟีเจอร์ระดับท้อป เริ่มจากหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 800?480 พิกเซล 217 ppi มีชีปกราฟฟิก Adreno 225 หน่วยประมวลผลเป็นดูอัลคอร์ Qualcomm MSM8960 Snapdragon S4 Plus ความถี่ 1.5 GHz ให้ กล้องมาเท่าตัวท้อปอื่นๆ คือ 8 ล้านพิกเซล พร้อม Dual-LED แถมรองรับการถ่ายวิด๊โอแบบเอชดี บอดี้เล็กลงมาซึ่งทำให้ง่ายต่อการพกพาขึ้นที่ 4.3 นิ้ว เปลี่ยนสีฝาหลังได้ เพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 32 GB รองรับประสบการณ์ดีๆ จากโนเกีย ทั้ง Nokia Maps , Nokia Drive , Nokia City Lens ฟีเจอร์งานถนัดของโนเกีย ประสบการณ์วินโดวส์โฟน 8 และการมี NFC ทำให้มันเขี่ยรุ่นพี่อย่าง Lumia 900 ตกท้องร่องไปอย่างไร้เยื่อใย ระบบที่ชาร์ตแบบไร้สาย ทั้งหมดนี่มาในราคาไม่ถึง 2 หมื่น !

อันดับ 7 HTC One X

25560216-123621.jpg

ย้อนกลับไปดูเรื่องซีพียูที่ทางฝั่ง Qualcomm นั้นมากับ Snapdragon S4 Pro ที่ว่าแรงแล้ว แต่น้องวันเอ็กส์พลัสตัวนี้ มากับคู่แข่งผู้ผลิตชิปฝั่งตรงข้าม นั่นคือ Nvidia เวอร์ชั่น Tegra 3 quad-core ความถี่ 1.7GHz ซึ่งช่วยในการแสดงผลด้านกราฟฟิคด้วย และตัวเลขระดับนี้ทำให้มันเป็นเดอะเบสก์ ของการรันสารพัดเกมส์ดรอยด์น้อยใหญ่ HD ฮาร์ดคอร์ ฯลฯ วันเอ็กส์พลัสเอาอยู่ !!

อันดับ 6 Motorola Droid Razr Maxx HD

25560216-125045.jpg

สมาร์ท โฟนส่วนใหญ่ถูกตั้งวัตถุประสงค์ เพื่อการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต 24 ช.ม. ยังไม่นับการรองรับความบันเทิงของคุณทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ด้วยหน้าจอสีสันระดับเอชดี ความจริงที่รันทดของการใช้งานจึงจบลงด้วยการชาร์ตแบตวันต่อวัน บางครั้งก็หมดในขณะที่ยังไม่ทันหยิบที่ชาร์ต Motorola Droid Razr Maxx HD มาพร้อมขนาดแบต 3300 mAhหน้าจอ HD Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280?720 Pixels (HD 720p :กว้าง 4.7 นิ้ว : 312 ppi) แต่ไม่กระเทือนแบต สถิติการรับชมวิดีโอต่อเนื่องยาวนานว่า 10 – 15 ช.ม. นี้ ก็ช่วยตัดสินใจสำหรับผู้ไม่ต้องการพลาดทุกการติดต่อ เพราะแบตดันหมดไปเสียก่อน

อันดับ 5 Google Nexus 4

25560216-124539.jpg

น้อง เน็กที่สี่ เป็นแฝดคนละฝาของพี่จีด้านบน สเปกที่แตกต่างนอกจากล้องหลังที่ลดลงมาเหลือ 8 ล้านพิกเซลแล้ว สิ่งที่เป็นจุดขายของแอนดรอยด์เสมอมาคือ การได้รับเลือกให้เป็นเพรียวโอเอส Android 4.2 Jelly bean ความพิเศษที่ทำให้มันเป็นที่ต้องการ นอกจากนี้น้องเน็กสี่ยังเปิดตัวด้วยราคาที่ถนอมน้ำใจกันสุดๆ ในสหรัฐฯ และบน Google Play Store ที่ราว $349 ประมาณ 10,730 บาท แม้ข้อมูลการจำหน่ายในยุโรปหลายประเทศ ยังมาในราคาทะลุ 2 หมื่น แต่ราคาเครื่องหิ้วก็ยังอยู่ราวๆ 16,000 บาท . กำหนดวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ม.ค. ปีหน้า

อันดับ 4 LG Optimus G

25560216-124821.jpg

หาก เทียบ Optimus G ตัวนี้กับบรรดาตัวท้อปด้านบน ชื่ออาจจะเป็นรอง แต่เมื่อลองมาเจาะไส้ในกันแล้ว จะพบว่าออพติมัสจีนั้น จัดมาโคตรจะหนัก เริ่มตั้งแต่ซีพียู Snapdragon S4 Pro 1.5GHz แบบ Quad-Core สถาปัตยกรรม Cortex-A15 ตัวนี้เท่ากับดรอยด์ดีเอ็นเอด้านบน เป็นซีพียูที่แรงสุดในตระกูล Qualcomm หากถามว่ามีแรงกว่านี้ไหม? ARM เพิ่งเปิดตัว Cortex-A50 Series ที่เร็วกว่า Cortex-A15 สามเท่า แต่มันยังไม่ได้คิวลงดีไวซ์ใดๆ ทั้งนั้น Cortex-A15 จึงแจ่มสุด ณ จุดนี้ นอกจากนี้น้องจี ยังสอดประสานการทำงานมากับแรม 2 GB และจีพียู Adreno 320 ดูหนังหรือเล่นเกมส์ได้แบบไม่สะดุดยอดหญ้าชัวร์ ใช้จอพาเนลเดียวกับไอโฟน5 ( in-cell touch ) ลากสังขารกล้องมายัดในร่างบาง 8.45 มม. กว่า 13 ล้านพิกเซล พร้อม BSI เเละ LED Flash ให้พื้นที่ภายในมาถึง 32 GB และยังมี MHL ( microUSB to HDMI ) ต่อมือถือเพื่อดูหนัง full-hd ได้แบบไม่ต้องผ่านคอมพ์หรือเครื่องเล่นอื่นเลย


อันดับ 3 HTC Droid DNA สาขาจอละเอียด

25560216-124356.jpg

นับ HTC Droid DNA ตัวนี้เข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟนจอไซต์พี่บิ๊ก ที่ขนาด 5 นิ้ว และไม่ได้มีดีแค่ไซต์ แต่พกความละเอียดจอมาแบบแซงหน้าที่ 1080?1920 พิกเซล (440 ppi) เพียงเท่านี้ก็เหลือรับประทานงานบันเทิงทุกอย่าง ถ้าคุณต้องการไซต์พี่บิ๊กสักเครื่อง ดรอยด์ดีเอ็นเอ คือ สเปกที่สมส่วน เพียงแต่มันยังไม่เปิดตัวในไทย แต่เปิดราคากับทาง Verizon ไว้ที่ $199.99 ประมาณ 6,137 บาท และมันเป็นรุ่นเดียวกับ J Butterfly กับ Deluxe ซึ่งทั้งหมดนี่จะแยกกันลงตลาด เพื่อรองรับเครือข่ายที่ต่างกัน ใช้ชื่อต่างกัน ซึ่งตัวที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทยต้นปี จะเป็น HTC Deluxe DLX ตามการยืนยันของเอชทีซีประเทศไทย . ยังไม่จำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ


อันดับ 2 Samsung Galaxy Note 2

25560216-125233.jpg

จอขนาดใหญ่ คุณนึกอะไรออกบ้าง? กาแล็กซี่โน๊ต ใช่ไหมหล่ะ? ใช่แล้ว คุณนึกถึงกาแล็กซี่โน๊ตอยู่ อย่างน้อยก็เป็นอันดับแรกที่โผล่เข้ามาในลิสก์ และปีนี้ซัมซุงพาน้องโน๊ต 2 มาต่อยอดตลาดหน้าจอใหญ่เบิ้ม ที่ 5.5 นิ้ว แค่เห็นก็รู้สึกสบายตาอาซิ่มอาม่าแล้ว ยิ่งได้ลองอ่านเว็บ ดูหนัง เล่นเกมส์ กับไซต์ที่ไม่ต้องเพ่งมากขนาดนี้ คุณว่ามันโอเคหรือเปล่าหล่ะ? แถมจุดขายอย่างปากกา S pen ที่ช่วยให้คุณสามารถครีเอทงานสร้างสรรค์ หรือใช้เป็นบลูทูช (ในรุ่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม) ได้ ที่สำคัญคือแอนดรอยด์ Android 4.1 Jelly Bean เป็นโอเอสเดียวในตอนนี้ ที่ช่วยให้คุณวิสเปอร์กับแอพพลิเคชั่น ลั่นลาในการปรับแต่งต่างๆ แบบจัดเต็ม !


อันดับ 1 Nokia Lumia 920

25560216-125319.jpg

โทรศัพท์ Windows Phone ซึ่งมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นชัดเจนของมัน คือ การถ่ายภาพ ซึ่งได้เทคโนโลยีอย่าง PureView ที่โนเกียเคยโชว์เทพไว้บน Nokia 808 PureView เข้ามา ซึ่งนอกจากเซนเซอร์ความละเอียด 8.7 ล้านพิกเซล ที่คุณภาพเต็มพิกเซลจริงๆ แล้ว การประยุกส์ AF-assist light เพื่อช่วยในการถ่ายในที่แสงน้อย เข้ามาใช้ถูกที่ถูกเวลา เลือกวัสดุเป็นเลนส์ Carl Zeiss รูรับแสง 2.0 (f2.0) ที่มาพร้อมระบบกันสั่น จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับการขนานนามว่าเป็น น้องสาวของกล้อง DSLR ที่จัดจ้านที่สุด ณ เวลานี้ !

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก kapook.com และรูปภาพประกอบจาก google ครับ

WINDOWS PHONE 8 การกลับมาอีกครั้งของโนเกีย

WINDOWS PHONE 8 การกลับมาอีกครั้งของโนเกีย

นับเป็นเวลากว่า 3 ปีที่วงการสมาร์ทโฟนมีการขับเคี่ยวกันของ 2ขั้วอำนาจใหญ่ ที่เปรียบเสมือนผู้ควบคุมชะตา และคอยกำหนดทิศทางการเดินในโลกของสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา นั่นคือ แอนดรอยด์ และไอโอเอส

ด้านแอนดรอยด์ ถ้าเปรียบรูปมวยแล้วยังเป็นรองไอโอเอสอยู่หลายขุม ด้วยตัวระบบปฏิบัติการที่ต้องพึ่งพลังของฮาร์ดแวร์มากเกินไป ประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้ยังไม่ราบรื่นเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไอโอเอส และเมื่อ 2 ขั้วอำนาจใหญ่เริ่มไม่มีการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ออกมา นี่อาจเป็นเวลาที่ดีที่สุด ที่ขั้วอำนาจที่ 3 จะได้โอกาสทองสำหรับการพาตัวเองเฉิดฉายไปพร้อมกับการช่วงชิงความเป็นใหญ่ในวงการสมาร์ทโฟนเสียที และนี่คือเวลาของ โดวส์โฟน 8

แม้ว่าวินโดวส์โฟน 8 จะถูกจัดอยู่ในหมวดของแพลตฟอร์มปิด (Closed Platform) แต่กลยุทธ์ในแง่ของผลิตภัณฑ์ ไมโครซอฟท์กลับเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในการเข็นสมาร์ทโฟนที่ปะชื่อแบรนด์นั้นๆ ไปพร้อมๆ กับการใช้วินโดวส์โฟน โดยในเวลานี้มีออกมาจำนวน 5 รุ่น แบ่งออกเป็นโนเกีย 2 รุ่น เอชทีซี 2 รุ่น และซัมซุง 1 รุ่น

ถ้าหากมองให้ลึกลงไปในบรรดา 3 ค่ายผู้ผลิตมือถือ จะเห็นได้ชัดว่า โนเกีย เป็นค่ายเดียวที่จริงจังกับวินโดวส์โฟนมากกว่าใครเป็นที่สุด ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังอยู่ในสภาวะหลังพิงฝา จำเป็นต้องมองหา”จุดเปลี่ยน” อะไรสักอย่าง เพื่อพาตัวเองพ้นจากจุดวิกฤต ซึ่ง Nokia Lumia 920 และ Lumia 820 อาจเป็นคำตอบสุดท้ายที่โนเกียกำลังรอคอยอยู่ก็เป็นได้

วินโดวส์โฟน 8 รู้จักภาษาไทยแล้ว

ในต่างประเทศ สาเหตุหลักที่วินโดวส์โฟน 7 (และ 7.5) เป็นอันต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน พร้อมถูกตราหน้าว่า “ล้มเหลว” นั่นเป็นเพราะว่า ความสามารถโดยรวมของวินโดวส์โฟน 7 ยังไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้บริโภค อีกทั้งยังไร้ซึ่งแรงจูงใจในแง่การใช้งาน อีโคซิสเต็มส์ที่รองรับการใช้งานให้ลื่นไหลก็ไม่มี สเปกเครื่องโดยภาพรวมยังถือว่าค่อนข้างต่ำ ยิ่งถ้านำไปเทียบกับสมาร์ทโฟนของฝั่งแอนดรอยด์ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นถึงความแตกต่าง

แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การที่ไมโครซอฟท์ เร่งเปิดโปรเจ็กวินโดวส์โฟน 8 ให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับวินโดวส์ 8 พร้อมกับการประกาศว่า วินโดวส์โฟน 7 จะไม่สามารถอัปเกรดข้ามมาเป็นเวอร์ชัน 8 ได้ จุดนี้ก็เหมือนการพูดเป็นนัยว่า วินโดวส์โฟน 7 ถูกลอยแพแล้ว

ส่วนตลาดในประเทศไทย นอกเหนือจากเหตุผลข้างต้นแล้ว ประเด็นสำคัญที่วินโดวส์โฟน “ไม่เกิด”คงมีเหตุผลเพียงข้อเดียวนั่นคือ การไม่รองรับภาษาไทย แต่วินโดวส์โฟน 8 สามารถปิดจุดบอดนี้ได้แล้ว จึงทำให้ผู้บริโภคสบายใจได้เลยว่า การใช้งานภาษาไทยบนวินโดวส์โฟน 8 จะใช้งานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องกอปปี้พยัญชนะ และสระ ผ่านแอปพลิเคชันพิมพ์ไทยอีกต่อไป

จุดเด่นที่เป็นจุดขาย

ขึ้นชื่อว่าไมโครซอฟท์ สิ่งแรกที่คนทั่วไปนึกถึง นั่นคือ ชุดเอกสาร (Microsoft Office) อันประกอบไปด้วย เวิร์ด (Word), เอ็กเซล (Excel) และพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เมื่อวินโดวส์โฟน 8 การใช้งานด้านเอกสาร จะทำได้เหมือนกับบนเครื่องพีซีทุกประการ ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไปอีกสักนิด จะเห็นได้ว่านี่คือกลยุทธ์ที่ล้ำลึกของไมโครซอฟท์ เพราะวินโดวส์โฟน 8 ไม่ได้ย่ำอยู่กับตลาดคอนซูเมอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมองไกลไปถึงตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์อีกด้วย

ทั้งนี้ โปรดอย่าลืมว่า วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดองค์กรมากที่สุด และการที่วินโดวส์โฟน 8 สามารถใช้งานด้านเอกสารได้อย่างครบถ้วน ย่อมกลายเป็นการขยายตลาดไปในตัว และเมื่อลูกค้าในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ได้มีโอกาสได้ใช้งานวินโดวส์โฟน แล้วเกิดถูกใจ แน่นอนว่าย่อมต้องเกิดกระแสบอกต่อ จุดนั้นเองจะทำให้ไมโครซอฟท์กินรวบได้ทั้งตลาดคอนซูเมอร์ และเอ็นเตอร์ไพรส์ในเวลาเดียวกัน

2013 ปีของวินโดวส์โฟน !?

ด้วยระยะเวลาในการเปิดตัววินโดวส์โฟน 8 ที่ออกมาในช่วงปลายปี ทำให้เชื่อได้ว่า โฟกัสของไมโครซอฟท์ และพาร์ทเนอร์ต่างมองไปที่ปี 2013 ที่น่าจะเป็นปีที่วินโดวส์โฟน 8 พร้อมรุกตลาดอย่างแท้จริง

สำหรับปี 2013 ที่กำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คาดว่าจะมีสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 8 โชว์โฉมหน้าออกมาให้เห็นอีกพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia รุ่นใหม่ของโนเกีย หรือจากฝั่งเอชทีซีที่น่าจะมีทีเด็ดออกมาให้เห็นอีก ส่วนซัมซุง คงสงวนท่าทีรอดูว่าตลาดวินโดวส์โฟน 8 จะเป็นอย่างไร ถ้ามีแนวโน้มไปได้สวย เชื่อว่าซัมซุงเองก็คงจะจัดหนักกับวินโดวส์โฟน 8 เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี 2 แบรนด์จากจีนที่น่าจับตามมองทั้ง แซดทีอี และหัวเว่ย โดยเฉพาะหัวเว่ยต้องจับตามองให้ดี เพราะแบรนด์นี้มีทั้งทุน และเทคโนโลยี ที่พร้อมจะใส่ไม่ยั้งกับตลาดสมาร์ทโฟน

เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ ภาพกว้างๆ ในตลาดสมาร์ทโฟนปี 2013 การขับเคี่ยวระหว่างบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟน จะเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น อันเนื่องมาจากแพลตฟอร์มวินโดวส์โฟน 8 มีผู้ผลิตหลายแบรนด์เริ่มให้การซัพพอร์ต ทำให้ทางเลือกของผู้บริโภคกว้างขึ้น ไม่ตีบตันเฉพาะแอนดรอยด์ หรือไอโอเอส เพียง 2 ทางเลือก

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งความน่าสนใจ นั่นคือ การที่ไมโครซอฟท์ กระโจนพาตัวเองเข้าสู่สมรภูมิด้านฮาร์ดแวร์อย่างเต็มตัว จากการเปิดตัวแท็บเล็ตนามว่าเซอร์เฟซ และอาจมีสมาร์ทโฟนเซอร์เฟซ สิ่งนั้นถือว่าเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เทรนด์โลกไอทีในปีหน้า เจ้าของแพลตฟอร์มจะเป็นฝ่ายกุมอำนาจ และจะเป็นตัวขับเคลื่อนดีไวส์ทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตได้ด้วยตัวเอง จนเกิดทางแยกออกเป็น 2 ทาง ให้ผู้บริโภคได้เลือกว่า ถ้าต้องการประสบการณ์ในการใช้งานแบบธรรมชาติที่สุด (Pure Experience) ก็สามารถเลือกอุปกรณ์ที่ผลิตจากเจ้าของแพลตฟอร์ม อย่างกูเกิล ไมโครซอฟท์ และแอปเปิล ได้โดยตรง แต่ถ้าหากต้องการที่จะลิ้มรสสัมผัสความสามารถเฉพาะตัวด้านฟีเจอร์ หรืออินเตอร์เฟส คงต้องเลือกจากค่ายผู้ผลิตอย่าง เอชทีซี แอลจี โนเกีย และซัมซุง

วินโดวส์โฟน 8 บุกตลาดไทย

หลังจากที่รอคอยกันมานานว่า วินโดวส์โฟน 8 จะได้ฤกษ์จุดพลุเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อไหร่ ล่าสุดมีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่า วินโดวส์โฟน 8 ของโนเกีย และเอชทีซี จะเริ่มคิ๊กออฟวางจำหน่ายครั้งแรกภายในงานคอมมาร์ท คอมเทค 2012โดย Lumia 920 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของโนเกีย จะวางจำหน่ายในราคา 21,500 บาท ส่วนรุ่นเล็ก Lumia 820 เคาะราคาที่ 16,600 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

> manager.co.th/cyberbiz/

> krusamlee

> ภาพประกอบจาก Google และ Bing

Microsoft Windows 8

มาทำความรู้จักกับ Microsoft Windows 8 กันครับ

Image

วินโดวส์ 8 นั้นเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของทางไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ซึ่งในปัจจุบันเปิดให้ทดลองใช้แล้ว และหลังจากที่ Microsoft เปิดให้ทดลอง Windows 8 Consumer Preview สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Windows 8 Developer Preview ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดได้มีรายงานจากเว็บบล็อคของไมโครซอฟท์ ว่า สตีเวน ไซนอฟสกี ได้เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของ วินโดวส์ 8 จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้อัพเกรดวันที่ 26 ตุลาคม 2012 โดยเจ้าตัว Microsoft Windows 8 จะแยกออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ

– การอัพเกรดจากการใช้ระบบปฏิบัติการเดิมของไมโครซอฟท์ เดิมของ Microsoft ได้แก่ Windows 7, Windows Vista และ Windows XP สำหรับค่าอัพเกรดนั้นจะอยู่ที่ ราคา $39.99 หรือประมาณ 1,300 บาทไทย

– การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 8 ลงบนคอมพิวเตอร์ เครื่องใหม่ สำหรับราคาของตัวนี้จะมาพร้อมแผ่น DVD Windows 8 ในราคา $69.99 หรือประมาณ 2,200 บาทไทย

โดยทางยังไมโครซอฟท์ระบุว่า Windows 8 นั้นยังมีพื้นฐานมาจาก Windows 7 แต่เพิ่มประสิทธิภาพ, ความปลอดภัย, ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้, และเสถียรภาพของระบบ โดย Windows 8 จะกินหน่วยความจำน้อยลง ทำให้ทำงานได้ในเครื่องที่มีสเปคต่ำ  เพราะระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 สามารถใช้งานได้ในทุกๆ Device แม้แต่เน็ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู Atom รุ่นแรก กับหน่วยความจำเพียง 1 GB ก็สามารถใช้งานวินโดวส์ 8 ได้ รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่บนวินโดวส์ 7 สามารถนำมาใช้งานบนวินโดวส์ 8 ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 สำหรับนักพัฒนา (Windows Developer Preview) เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้

Windows 8 มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอินเตอร์เฟซหลักที่เรียกว่า”Metro-Styled”มีลักษณะเดียวกับ อินเตอร์เฟสของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 7 ไม่ใช่แค่การใช้งานบน NoteBook และ PC แต่ระบบปฏิบัติวินโดวส์ 8 ยังทำงานได้บน Tablets และนอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ เช่น  Internet Explorer 10 , เชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับสังคมออนไลน์ (Social Network ), สนับสนุนการใช้งานกับอุปกรณ์แบบ Touchscreen , ปรับปรุงสมรรถนะให้รวดเร็ว, Metro interface ที่ทำให้การใช้งานดูหรูหราและน่าทึ่ง และ Windows App Store เป็นต้น

คุณสมบัติใหม่ที่มากับ Windows 8

– เป็น Tablet-Friendly หรือใช้กับอุปกรณ์จอสัมผัสได้เป็นอย่างดี

– มีการใช้ Modern UI Style ซึ่งตัวไอคอนจะมีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียกว่า Tile

– Refresh และ Reset โดย Refresh จะลบการตั้งค่าและทุกโปรแกรมที่ติดตั้งไว้หมด แต่ไม่ทำอะไรกับไฟล์ข้อมูล ส่วน Reset จะทำให้ตัวWindowsมีลักษณะเหมือนตอนเพิ่งติดตั้งเสร็จ

– Windows store จะมีไว้สำหรับแจกและขายโปรแกรม

– มีโปรแกรมสำหรับใช้ Social network อย่าง Facebook กับ Twitter โดยเฉพาะ

ในรุ่นจริง อาจมีโปรแกรมป้องกันไวรัสติดมาด้วย

– Windows to Go ที่ทำให้วินโดวส์ 8 สามารถสร้างแฟรชไดรว์ที่บูตวินโดวส์ได้

สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง

– ปุ่ม “Start” ที่ใน Windows รุ่นก่อนๆ จะใช้เพื่อเปิด เมนูเริ่ม ใน Windows 8 จะถูกตัดออกไป

– สำหรับ Windows Explorer จะใช้ ribbon interface ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับที่ใช้ใน Microsoft Office 2010

– อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ 10 ใน Modern UI Style จะไม่สามารถลงปลั๊กอินอะไรได้

ตัวอย่างหน้าจอ Lock screen

Image

ตัวอย่างหน้าจอ start screen

Image

ตัวอย่างหน้าจอ Internet Explorer 10

Image

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

http://www.itday.in.th

http://www.kapook.com

และขอขอบคุณรูปภาพดีๆจาก Google ครับ