Android vs iOS (ภาคแรก)

อะไรคือสิ่งที่ Android มี แต่ iOS ยังขาดไปอยู่??

     สำหรับคำถามนี้คงจะมีหลายๆ คนกำลังมีหลายๆ คนในที่นี่สงสัยกันอยู่ เพราะหลังจากทั้งฝั่ง Android และ iOS ต่างออก Update ใหม่มาคอยเกทับกันตลอด เดี๋ยวพอฝั่งหนึ่งมีของใหม่ อีกฝั่งหนึ่งก็จะต้องออกสิ่งนั้นตามกันมาอยู่ตลอด มันคงจะเป็นวัฏจักรของวงการนี้ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ทำใจไว้เถอะ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าทางฝั่ง Android เค้ามีอะไรบ้างที่ทางฝั่ง iOS เค้ายังไม่มี

Image

ระบบ Widget : ทำให้หน้าจอของเรามีชีวิต

     ระบบ Widget ถือว่าเป็นระบบที่เป็นจุดเด่นของ Android เลยทีเดียวครับ เพราะว่ามันสามารถทำให้หน้าจอของเราดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ดูเรียบจนเกินไป แถมยังสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ ดูสนุกไปอีกแบบ ลูกเล่น Widget ต่างๆ ของ Android ตอนนี้มีออกมาให้เล่นเยอะมาก แถมอันที่มีประโยชน์ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งระบบพยากรณ์อากาศ, Music Player, Twitter, Facebook ฯลฯ ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย

     แต่สำหรับทางฝั่ง iOS ทำไมพวกเค้าถึงไม่ทำระบบนี้ขึ้นมาล่ะ ทั้งที่หากพวกเค้าเห็นว่ามันดีแล้วล่ะก็ เค้าคงจะทำมันขึ้นมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ความจริงพวกเค้าก็เห็นว่าระบบนี้มันดีอยู่หรอก ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่ที่ดีไม่ดี แต่อาจจะอยู่ที่โครงสร้างของตัว iOS มากกว่า ดูเหมือนว่าหน้าจอหลักของ iOS จะออกมาให้เป็นแบบนี้แล้ว การจะทำระบบ Widget เพิ่มเข้าไป นั่นก็หมายความว่าพวกเค้าจะต้องรื้อระบบโครงสร้างพื้นฐานของ iOS แทบจะทั้งหมด ซึ่งเรียกว่าเหนื่อยเอาการเลยทีเดียว ทำแบบนั้นสู้ไปทำ OS ใหม่เลยไม่ดีกว่ารึ??

     มีคำพูดหนึ่งที่ iOS เคยวิจารณ์ฝั่ง Android ว่าระบบ Widget นั้นใช้งานยุ่งยาก ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่เรียนรู้อะไรได้ยาก เรื่องนี้มันก็อาจจะจริงครับ แต่ถ้าคิดๆ ดูแล้ว ทางฝั่ง Apple ยังมีระบบ iTune ที่พวกเค้าพยายามทำให้เป็นมาตรฐานกลางเลย ตอนแรกผู้คนก็คิดว่าใช้งานยุ่งยาก แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก ผู้คนเริ่มเคยชินกับมัน สุดท้าย iTune ก็เลยกลายเป็น tool มาตรฐานที่ชาว Apple สามารถใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ Apple ทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย แล้วทำไมเรื่องแบบนี้จึงจะเกิดขึ้นกับระบบ Widget ของ Android ได้บ้างไม่ได้ซะล่ะ?? เดี๋ยวใช้ซักพักคนก็จะเคยชิน และเห็นความสะดวกสบายของมันเองนั่นแหละ

 

การส่งไฟล์ตรงผ่าน USB : ส่งไฟล์ได้รวดเร็วและทันใจ แค่เสียบกับเครื่องคอมฯ

     ระบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ความสะดวกสบายของมันก็คือ เราสามารถที่จะเอาเครื่อง Android เสียบเข้ากับเครื่อง PC แล้วเปิด Drive ที่ถูก Detect ขึ้นมาใหม่ เพื่อเอาข้อมูลใส่ลงไปได้เลย ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยซะอีก แต่ข้อเสียของมันก็มีพอควรเลยนะ สังเกตกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่าเวลาที่เราต่อเครื่อง Android เข้ากับ PC แล้ว หากเราเปิดตัวเครื่อง Android ดูแล้วล่ะก็ เราจะไม่สามารถเปิดดูข้อมูลจาก Micro SD Card ดูได้เลย เพราะว่าตัว Card กำลังถูกเครื่อง PC อ่านอยู่นั่นเอง มันจึงถูกล็อคไว้ไม่ให้ Android อ่านได้อีก ส่วนอีกปัญหาหนึ่งก็คือ การจัดการไฟล์บน Micro SD Card หากเราทำการ Copy ไฟล์ลงบนเครื่องเอง เมื่อทำไปนานๆ ก็อาจจะทำให้ตัว Card รกยุ่งเหยิงไปหมด  และอาจจะลำบากในภายหลังหากว่าเราต้องการเคลียร์พื้นที่นั่นเอง และหากเป็นคนที่ไม่รู้ว่าไฟล์ไหนควรจะวางไว้ตรงไหนแล้วล่ะก็ มันคงจะมั่วไปหมดแน่ๆ

     สำหรับฝั่ง iPhone ใช่ครับ ตอนแรกพวกเค้าอาจจะยอมรับว่าระบบการ Sync ขอมูลกับ iPhone เป็นอะไรที่เริ่มต้นใช้งานยุ่งยาก แต่พวกเค้าก็ได้สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ User!! ทั่วไปที่ไม่ประสีประสาเรื่องเทคโนโลยีสามารถทำการโอนย้ายไฟล์ได้ง่ายขึ้นขึ้นมาแล้วล่ะ เพียงแค่เราเปิดโปรแกรม iTune ขึ้นมา แล้วต่อตัวอุปกรณ์ของ Apple เข้าไป เมื่อเรายัดเพลงเข้าไปใน iTune และสั่ง Sync เพลงก็จะไปอยู่ในตัว iPhone ด้วย  ไม่ต้องไปตามหาให้วุ่นวายว่าตำแหน่ง Folder เพลงอยู่ตรงไหน และต้อง Copy ใส่ยังไง แค่ลากใส่และกด Sync เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ข้อเสียของระบบ Sync ก็มีอยู่จุดหนึ่ง ก็คือเครื่อง PC ตัวหนึ่งจะสามารถ Sync ข้อมูลกับ iPhone ได้ 1 ตัวเท่านั้น หากเราจะเอาเครื่องของคนอื่นมา Sync ข้อมูลก็จะไม่ตรงกัน และอาจจะต้องเลือกว่าจะ Sync ข้อมูลฝั่งใดฝั่งหนึ่งไปทับอีกฝั่งนั่นเอง หากว่าเป็นการ Sync Contact ผ่าน Address Book ล่ะ ถ้าเราเผลอ Sync ข้อมูลจาก Address Book ไปทับ Contact ของเพื่อนในเครื่อง iPhone ของเพื่อนแล้วล่ะก็ ถึงคราวฉิบหายเลยทีเดียวล่ะ!!

     กลับมาที่ Android ความจริงตอนนี้ Google ก็มีแผนว่าจะนำวิธีการส่งไฟล์ผ่าน Protocol ตัวใหม่อย่าง Media Transfer Protocol ที่จะมาช่วยแก้ปัญหา Micro SD Card ถูกตัดขาดเมื่อเราเชื่อมต่อ Android เข้ากับ PC แล้วนั่นเอง ส่วนเรื่องการจัดการไฟล์นี่ยังไม่มีข่าวว่า Google จะมีวิธีการจัดการอะไรบ้างมั้ย แต่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ เพราะดูๆ แล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับการจัดการไฟล์ในเครื่อง PC ของเราหรอก

 การปรับแต่งการใช้งาน : ปรับจูนระบบให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

     น่าเชื่อมั้ยล่ะว่าระบบการตั้งค่าใน iPhone นั้นมีน้อยมาก จนแทบไม่มีเลยล่ะ เพราะว่าพวกเค้าเน้นไปที่การทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมาก อะไรที่ดูแล้ว คิดว่าทำแล้ววุ่นวาย Apple ก็ตัดทิ้งหมดเลย เราจึงไม่ค่อยได้เห็นตัวเลือกการตั้งค่าอะไรแปลกๆ เหมือนที่ Android มี

     เรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ หากผู้ใช้คนไหนต้องการปรับแต่งมากๆ ก็ไปใช้ Android ดีกว่า หรือหากต้องการเน้นอะไรง่ายๆ ไม่ต้องการตั้งค่าอะไรเองมาก และรับได้กับการต้องไปเรียนรู้การใช้งาน iTune ก็ไปใช้ iPhone ก็ได้ แต่ความจริงเรื่องการปรับแต่ง ตัว Android เองหากไม่ไปปรับแต่งอะไร เราก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติได้ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วครับไม่มีปัญหา ตัวเลือกการปรับแต่งก็เป็นแค่อีกทางเลือกในการใช้งานเพียงเท่านั้น

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s